คู่มือ · บริหารและเติบโต

หาลูกค้า

อาหารที่ดีที่สุดในเมืองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าไม่มีใครรู้ว่าคุณมีอยู่ สิ่งที่ได้ผลส่วนใหญ่ใช้เวลา ไม่ใช่เงิน

พนักงานเสิร์ฟรับออร์เดอร์จากกลุ่มลูกค้าที่โต๊ะนอกร้าน

สรุป

เริ่มที่ Google Företagsprofil เพราะให้ลูกค้าใหม่มากที่สุดในบรรดาทุกช่องทาง ใส่ที่อยู่ เวลาเปิดปิด เมนู และรูป แล้วขอรีวิวจากลูกค้าที่พอใจทุกคน ถัดมาคือป้ายริมถนน เพื่อนบ้านในย่านนั้น และลูกค้ามื้อกลางวันจากออฟฟิศในระยะร้อยเมตร โซเชียลมีเดียเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ฐานหลัก

ตัวเลขที่ต้องคิดเผื่อไว้

Google มาก่อน
โปรไฟล์ธุรกิจบน Google ให้ลูกค้าใหม่มากที่สุดในทุกสิ่งที่คุณทำ
20 รีวิว
คือเป้าหมายแรกที่สมเหตุสมผล ขอจากลูกค้าที่พอใจทุกคน
300 เมตร
คือระยะที่หลายคนยอมเดินไปกินมื้อกลางวันในวันธรรมดา
สัปดาห์ที่ 1
ชวนเพื่อนบ้านมากิน เขาจะเป็นคนบอกต่อที่ดีที่สุดของคุณ

Google Företagsprofil สำคัญที่สุด

เวลาใครค้นหาร้านอาหารในเมืองของคุณ Google จะแสดงแผนที่พร้อมร้าน 3 ร้านไว้บนสุด การได้อยู่ตรงนั้นมีค่ามากกว่าโพสต์หลายเดือนรวมกัน

โปรไฟล์นี้ฟรี และใช้เวลากรอกให้ครบราวหนึ่งชั่วโมง ทำก่อนเปิดร้าน จะได้ขึ้นให้คนเห็นทัน

  • ที่อยู่ เวลาเปิดปิด และเบอร์โทรต้องถูก ตรวจเวลาเปิดปิดทุกครั้งที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • อัปโหลดรูปอย่างน้อย 10 รูป อาหาร ตัวร้าน ป้าย และตัวคุณเอง
  • ใส่เมนูและลิงก์ไปหน้าสั่งอาหารของคุณเอง
  • ตอบทุกรีวิว รวมถึงรีวิวที่แย่ด้วย โดยเฉพาะรีวิวที่แย่
  • โพสต์อัปเดตสักครั้งต่อเดือน Google ชอบโปรไฟล์ที่ยังมีชีวิต

รีวิวที่โตขึ้นเอง

คะแนนเป็นตัวตัดสินว่าคนที่ไม่เคยมาจะกล้าลองไหม ความต่างระหว่าง 3.9 กับ 4.5 ส่งผลมากต่อจำนวนคนที่กดเข้ามา

ลูกค้าที่พอใจไม่ค่อยเขียนเอง ลูกค้าที่ไม่พอใจเขียน เพราะแบบนี้คุณจึงต้องขอ

  • ขอทันทีตอนลูกค้าบอกว่าอาหารอร่อย ตอนนั้นเลย ไม่ใช่ทีหลัง
  • ติด QR โค้ดไว้ที่เครื่องคิดเงิน ให้ลิงก์ตรงไปหน้าเขียนรีวิว
  • ตอบรีวิวที่แย่อย่างใจเย็น สั้น และไม่ทะเลาะ คนอ่านคนอื่นเห็นว่าคุณวางตัวอย่างไร
  • อย่าแลกอาหารฟรีกับคะแนนรีวิวเด็ดขาด คนดูออก และมันย้อนกลับมาทำร้ายคุณ
  • ปริ้นรีวิวที่ดีที่สุดออกมาแล้วติดไว้ที่หน้าต่าง

ถนน เพื่อนบ้าน และมื้อกลางวัน

ยอดขายส่วนใหญ่ของร้านอาหารเล็กมาจากรัศมีร้อยเมตร ให้ถือว่าย่านรอบร้านคือตลาดที่สำคัญที่สุดของคุณ

สัปดาห์แรกเดินไปเองรอบย่าน เอาของให้ชิมไปฝากร้านตัดผม อู่ซ่อมรถ และออฟฟิศตรงหัวมุม ใช้เวลาแค่ครึ่งเช้า แต่อาจได้ลูกค้าไปอีกเป็นปี

  • ป้ายหน้าร้านที่ชัดและมีราคา คนจะเดินผ่านไปถ้าไม่รู้ว่าราคาเท่าไร
  • เสนอข้อตกลงมื้อกลางวันแบบวางบิลให้ออฟฟิศแถวร้าน
  • เขียนเมนูประจำวันบนกระดาน และเปลี่ยนทุกวัน ถึงเมนูจะเหมือนเดิมก็ตาม
  • เปิดตามเวลาที่บอกไว้ ปิดร้านวันอังคารทั้งที่ป้ายบอกว่าเปิด เสียมากกว่ามื้อกลางวันที่พลาดไปหนึ่งมื้อ
  • ชวนเพื่อนบ้านในตึกมากินคืนเปิดร้าน เขาคุยกับทุกคน
คนหนุ่มสาวใส่เสื้อสูทเดินด้วยกันบนถนนในเมือง
ออฟฟิศในรัศมีร้อยเมตรคือลูกค้ามื้อเที่ยงของคุณ

โซเชียลมีเดียแบบไม่ให้กินชีวิต

Instagram และ TikTok ได้ผลดีที่สุดกับร้านที่มีอะไรให้ดู เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ การจุดไฟในกระทะ หรือร้านที่ตกแต่งสวย ถ้าคุณมี ก็ถ่ายวิดีโอ ถ้าไม่มี เอาเวลาไปลงกับ Google แทน

รูปสัปดาห์ละหนึ่งรูป ดีกว่าลง 10 รูปในเดือนมกราคมแล้วเงียบไปเลย

  • ถ่ายในครัว คนอยากเห็นว่าอาหารทำอย่างไร ไม่ใช่เห็นจานที่เสร็จแล้ววางบนโต๊ะ
  • ใส่ชื่อเมืองลงในข้อความ คนในพื้นที่จะได้เจอคุณ
  • ตอบข้อความด้วย หลายคนถามเวลาเปิดปิดทางนั้นแทนการโทร
  • ให้พนักงานที่ชอบเรื่องนี้ดูแลบัญชีโซเชียล แลกกับค่าตอบแทนเพิ่มเล็กน้อย

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ของตัวเองไหม?

หน้าเว็บง่ายๆ ที่มีเมนู เวลาเปิดปิด ที่อยู่ และปุ่มสั่งอาหารก็พอ หลายร้านอยู่ได้นานด้วย Google Företagsprofil บวกหน้าสั่งอาหารหนึ่งหน้า สิ่งสำคัญคือข้อมูลต้องตรงกันทุกที่

ควรใช้เงินกับโฆษณาไหม?

ช่วงแรกยังไม่ต้อง กรอก Google Företagsprofil ให้ครบ เริ่มเก็บรีวิว และติดป้ายดีๆ ก่อน โฆษณาช่วยขยายสิ่งที่ได้ผล มันไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง

ส่วนลดแบบซื้อ 1 แถม 1 ได้ผลไหม?

มันทำให้ร้านเต็มได้หนึ่งคืน และสอนให้ลูกค้ารอโปรถัดไป ใช้ให้น้อย และใช้ในช่วงเวลาที่ยังไงร้านก็ว่างอยู่แล้ว เช่นบ่ายวันอังคาร

อีกนานแค่ไหนร้านถึงจะเริ่มเต็ม?

3 ถึง 6 เดือนกว่าวันธรรมดาจะนิ่ง ถือว่าปกติ สัปดาห์เปิดร้านไปได้ดี แล้วจะมีช่วงตก ช่วงตกนั้นไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว มันเกิดกับทุกคน